PHATCHAKARN-ARTI3319
วิชาเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบนิเทศศิลป์ โดย นางสาวพัชกาญ ภัทรโสภณ
วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
มาตรฐานผลการเรียนรู้ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต
มาตรฐานผลการเรียนรู้ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 2554
โดย ผศ. ประชิด ทิณบุตร
1.ทักษะคุณธรรมและจริยธรรม ที่ต้องการพัฒนา
1.1 ตระหนักรู้ในคุณค่าและรักษา คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพทางศิลปกรรม
1.2 มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา และรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น
1.3.เป็นผู้รู้และปฏิบัติตามกฏ กติกา มารยาททางสังคม ด้วยความซี่อสัตย์ สุจริต และจัดลำดับความสำคัญได้อย่างมีหลักการและเหตุผล
1.4. เคารพสิทธิ ศักยภาพ ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย
1. 5. การเคารพและใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆตามกฏหมายของสังคมอย่างถูกต้อง เป็นธรรม มีส่วนร่วมรับผิดชอบในฐานะของผู้คิดริเริ่ม ผู้สร้างสรรค์ ผู้นำเสนอเผยแผ่และพัฒนาผลงานศิลปกรรมสู่สังคม
1. 6. เคารพ นับถือ เห็นคุณค่า พิทักษ์รักษา สืบสานประสานผลประโยชน์ ต่อวงการสร้างสรรค์ศิลปกรรมทั้งระดับประเทศและสากลประเทศ
2.ทักษะความรู้ ที่ต้องการเน้น ที่ต้องการพัฒนา
2.1 มีความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีที่สำคัญในเนื้อหาทางศิลปกรรมตามสาขา หรือแขนงที่ศึกษาทั้งในแนวกว้างและลึก
2.2 สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ บูรณาการเนื้อหาและเทคนิควิธีจัดการงาน ให้สัมพันธ์สอดคล้องกับการใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์
2.3 มีความตระหนักรู้ ความพยายามในการพัฒนาผลงาน ด้วยการใฝ่พัฒนาตน ฝึกฝนทักษะความชำนาญทางศิลปกรรมอย่างต่อเนื่อง
2. 4. สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และวิสัยทัศน์ในการทำงานสร้างสรรค์ ให้เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และผลกระทบของวิทยาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.5.สามารถบูรณาการความรู้ในศาสตร์ทางศิลปกรรมร่วมกับความรู้ในศาสตร์สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้
3.ทักษะทางปัญญา ที่ต้องการพัฒนา
3.1.สามารถแสดงผลการคิดวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจและจดจำลำดับขั้นตอนวิธีการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างถูกวิธี มีการอรรถาธิบาย ด้วยการใช้สื่อและสาร ผ่านการแสดงออกอย่างชาญฉลาด เหมาะสม งดงามตามวัตถุประสงค์และหลักการทางศิลปกรรมอย่างเป็นระบบ
3.2.สามารถใช้ทักษะชำนาญการทางศิลปกรรมผสานสัมพันธ์กับระดับสติปัญญา เพื่อสื่อแสดงการสืบค้น การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ด้วยการสื่อความหมาย การตีความ การวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ และอย่างเป็นผู้รู้ตามระดับสติปัญญา
3.3.สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะปฏิบัติการทางวิชาชีพศิลปกรรมและการบริหารจัดการงานด้วยภูมิปัญญาแห่ง ตน ภูมิปัญญาไทยและความรู้ร่วมสมัยสากลได้อย่างเหมาะสม
3.4.มีความสามารถในการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานที่สร้างสรรค์ สู่สาธารณะและสากล หรือเพื่อสร้างโอกาสการอาชีพ ได้อย่างสอดคล้องกับภาวะการณ์ สถานการณ์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
Website design is....
Website design is the planning and creation of websites.
This includes the information architecture, user interface,
site structure, navigation, layout, colors, fonts, and imagery.
All of these are combined with the principles of design to
create a website that meets the goals of the owner and designer.
การออกแบบเว็บไซต์ คือ การสร้างเว็บไซต์ การปรับแต่งข้อมูล
ส่วนติดต่อผู้ใช้โครงสร้างของเว็บไซต์ การจัดรูปแบบ
การเลือกสี แบบอักษรและภาพ โดยใช้โค้ด ซึ่งใช้ NETWORK
ในการเชื่อมโยง
This includes the information architecture, user interface,
site structure, navigation, layout, colors, fonts, and imagery.
All of these are combined with the principles of design to
create a website that meets the goals of the owner and designer.
การออกแบบเว็บไซต์ คือ การสร้างเว็บไซต์ การปรับแต่งข้อมูล
ส่วนติดต่อผู้ใช้โครงสร้างของเว็บไซต์ การจัดรูปแบบ
การเลือกสี แบบอักษรและภาพ โดยใช้โค้ด ซึ่งใช้ NETWORK
ในการเชื่อมโยง
9 กุมภาพันธ์ 2555
* สอบ 15 มี.ค 2555 (เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเรียนการสอน)
* แบ่งปัน vdo หรือข่าวสารต่างๆที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนของเรา ลง Google+
* แปล website design is....> blogspot arti3319
สรุปในฐานที่เข้าใจของเราพร้อมบอกความเกี่ยวข้อง
Must Have (Professional) ลงในความคิดเห็น
* แบ่งปัน vdo หรือข่าวสารต่างๆที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนของเรา ลง Google+
* แปล website design is....> blogspot arti3319
สรุปในฐานที่เข้าใจของเราพร้อมบอกความเกี่ยวข้อง
Must Have (Professional) ลงในความคิดเห็น
2 กุมภาพันธ์ 2555
1. ศึกษาการใช้งานและการจัดแต่ง/โค้ด/การปรับสี
โดยศึกษาจาก http://sites.google.com/site/arti3319
2. สมัคร wordpress.com
3. ดาวโหลด wordpress Thai 3.04 Acardemy
โดยศึกษาจาก http://sites.google.com/site/arti3319
2. สมัคร wordpress.com
3. ดาวโหลด wordpress Thai 3.04 Acardemy
วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ศึกษาดูงาน BOI FAIR 2011
BOI FAIR 2011
นิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ได้กลับมาอีกครั้งกับงานหลังจากห่างหายไปกว่าทศวรรษ งานมห
“บี โอไอแฟร์ 2011” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5-20 มกราคม 2555 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future”
“บี โอไอแฟร์ 2011” เป็นมหกรรมแสดงนิทรรศการครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ
5 ธันวาคม 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
การ จัดงานในครั้งนี้ ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน
การ แสดงนิทรรศการ “บีโอไอแฟร์ 2011” เป็นการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของบริษัทชั้นนำที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ
นอก จากนี้ ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่การดำเนินงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจ และสร้างเครือข่าย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ
แนวคิด
แนว คิดหลักของงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ภายใต้ รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future” จะสอดคล้องกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศให้เจริญเติบโตทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมที่มีความสุขและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงการออกแบบแลนด์มาร์คของงาน จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่
ทรงปฏิบัติ
พระ ราชกรณียกิจมากมาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข สถาปัตยกรรมของแลนด์มาร์คซึ่งจะจัดวางอยู่บนทะเลสาบ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหยาดพระเสโทของพระองค์ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณีย กิจทั่วทุกหนแห่งบน
ผืนแผ่นดินไทย
ศาลา ศรัทธาศรม (Royal Pavilion) จะจัดแสดงไว้ในมุมที่รับกับแลนด์มาร์ค เพื่อแสดงพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริในด้านต่าง ๆ
พื้นที่การจัดงาน
งาน “บีโอไอแฟร์ 2011” จะจัดแสดงในพื้นที่ภายนอกอาคารและภายในอาคาร รวมทั้งสิ้นประมาณ 240,000 ตารางเมตร- พื้นที่ นอกอาคาร บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี ครอบคลุมเนื้อที่ 166,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย ศาลาศรัทธาศรม ศาลาประเทศไทย ศาลาบีโอไอ ศูนย์ประสานงานบีโอไอแฟร์ 2011 และศาลานิทรรศการกลางแจ้ง (Outdoor Pavilion) ของบริษัทชั้นนำต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 84 ศาลา โดยแต่ละศาลาจะมีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร เพื่อใช้จัดแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับจัดกิจกรรมบันเทิง และการแสดงต่างๆ
- พื้นที่ในอาคาร แบ่งเป็นสองส่วน ประกอบด้วย
- - อาคาร 9 มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางเมตร จัดสรรสำหรับการจัดประชุมใหญ่ต่างๆ ได้แก่ การประชุมที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (HIA Meeting) การประชุมผู้นำและนักธุรกิจจากนานาประเทศ (CEO Forum) ห้องประชุมสำหรับสัมมนาวิชาการกว่า 200 หัวข้อ รวมทั้งมีการแสดงงาน “เทคโนมาร์ท อินโนมาร์ท 2011” ซึ่งจัดโดย
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- - อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการภายในอาคาร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60,000 ตารางเมตร ใช้ สำหรับการแสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เกษตร อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่นและเครื่องประดับ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของตกแต่งบ้าน โดยบริเวณทางเข้า
- ชา เลนเจอร์ จะเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือสสปน. และการจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม ในพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร
- สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า พื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร
“บี โอไอแฟร์ 2011” ถือเป็นงานนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ในรอบทศวรรษ ซึ่งนอกจากจะนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยสำหรับสร้างแบรนด์สีเขียว (Green Branding) ของภาคเอกชนแล้ว ยังเป็นเวทีประกาศพันธสัญญา (Green Commitment) ของภาคอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อนักออกแบบ
นิเทศศิลป์
การออกแบบในปัจจุบันล้วนมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของโปรแกรมการทำงานและอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี
การติดต่อสื่อสาร การสืบค้นข้อมูล ต่างทำให้นักออกแบบมองได้กว้างขึ้น
และง่ายต่อการทำงานนักออกแบบ อย่างไรก็ดีการใช้เทคโนโลยีก็อาจมีผลเสีย
ต่องานออกแบบ เรื่องการแข่งขันที่สูง เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
ดังนั้นเทคโนโลยีจึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อนักออกแบบนิเทศศิลป์
ผลจากการศึกษางาน BOI FAIR
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า i-MiEV
การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในบ้าน จะมีการผลิตกระแสไฟฟ้า
ในช่วงกลางวันซึ่งไม่มีการใช้งาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้นสามารถเก็บไว้ในแหล่งสำรอง
ไฟภายในบ้าน หรือจำหน่ายกลับคืนไปให้โรงไฟฟ้าในเครือข่าย โดยเจ้าของบ้าน
สามารถควบคุมการทำงาน หรือตรวจเช็คปริมาณกระแสไฟด้วยระบบคอมพิวเตอร์
จากนอกสถานที่ และเกิดเป็นรายได้ในครอบครัว เมื่อทุกบ้านผลิตไฟฟ้าแบบพึ่งพา
ตนเอง โรงไฟฟ้าผลิตกระแสไฟก็จะทำงานเฉพาะที่จำเป็นช่วยลดการใช้ทรัพยากร
ธรรมชาติ และนี่คือ ระบบโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะ หรือ “สมาร์ทกริด” นั่นเอง
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า i-MiEV เกิดจากแนวคิด Drive@earth จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่สอดคล้องไปกับแนวคิด “สมาร์ทกริด” ในการพัฒนารถยนต์ให้เป็น
เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งและยังสามารถเป็นแหล่งเก็บ หรือจ่ายกระแสไฟใน
เวลาจำเป็น นับเป็นการบริหารทรัพยากรแบบพึ่งพาตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และที่สำคัญ คือ รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกในอนาคตที่ยั่งยืนตลอดไป
PHEV
plug-in hybrid electric vehicle
วิวัฒนาการระบบ PHEV หรือระบบปลั๊กอินไฮบริด ของมิตซูบิชิ
ซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่เชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์และไฟฟ้า นับเป็นความ
สำเร็จอีกขั้นของเทคโนโลยีรถยนต์ไฮบริดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การทำงานของระบบ PHEV (ระบบปลั๊กอินไฮบริด)
ระบบไฮบริด ทั่วไปมีแหล่งพลังงานมาจากน้ำมัน แต่ระบบ PHEV ใช้
พลังงานไฟฟ้าเป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน
เมื่อขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำถึงปานกลาง รถจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการ
ขับเคลื่อน แต่หากต้องวิ่งระยะทางไกลเครื่องยนต์ก็จะปรับเปลี่ยนระบบไปตาม
สภาพถนนและความเร็ว เพื่อสมรรถนะที่ดีที่สุดของการขับขี่
กรณีระดับแบตเตอรี่เหลือน้อย ระบบ PHEV จะเปลี่ยนไปใช้โหมด ซีรีย์ไฮบริด
(Series Hybrid) โดยอัตโนมัติ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะจ่ายไฟไปที่มอเตอร์
ด้านหน้า เพื่อขับเคลื่อนล้อหน้า
หากสภาพถนนลื่นจากฝนตก หรือมีหิมะ ระบบจะสลับไปใช้การขับเคลื่อน
สี่ล้อ (4WD) เพื่อเสถียรภาพ และความมั่นใจในการขับขี่
เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบ PHEV จะทำงานด้วยพาราเรล ไฮบริด โหมด
ขับเคลื่อนสี่ล้อ (Parallel Hybrid Mode 4WD) โดยเครื่องยนต์และมอเตอร์
จะทำงานผสานกันอย่างกลมกลืน โดยพลังงานจากเครื่องยนต์จะถูก
ส่งไปที่มอเตอร์ด้านหน้า
ขณะแซงหรือขับบนถนนที่เปียกแฉะ มอเตอร์ด้านหน้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อน
เครื่องยนต์ และมอเตอร์ด้านหน้าจะทำหน้าที่ทรงตัวและเพิ่มพลังอัตราเร่งที่ดีขึ้น
ขณะขับขี่ขึ้นสู่เนิน หรือวิ่งลงทางลาด ระบบจะใช้รีเจนเนอเรทีฟ โหมด
(Regenerative Mode) โดยมอเตอร์ที่ล้อหน้าและหลังจะเปลี่ยนพลังงานจากการ
เบรคเป็นไฟฟ้าและชาร์จเก็บในแบตเตอรี่
สำหรับโหมดชาร์จในระบบ PHEV มีระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่ ที่สามารถใช้ได้
กับไฟบ้านทั้ง 100 โวลต์ และ 200 โวลต์ หรือระบบชาร์จแบบเร่งด่วนตามสถานี
บริการทั่วไป
ที่มาของภาพ พัชกาญ ภัทรโสภณ,2555
ผลจากการสืบค้น FONT ในงาน
ฺฺฺฺ่BOI FAIR 2011
font จาก pavilion ของ CHEVROLET
สืบค้นฟอนต์ที่มา หรือใกล้เคียงฟอนต์ของ CHEVROLET
แสดงการสืบค้นฟ้อนต์เชฟโรเลต
บรรณานุกรม
แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.boifair2011.com/view/th/home/home.jsf
http://www.mitsubishi-motors.co.th/en/main/index.php
http://www.chevrolet.co.th/flash.html
http://www.fontspace.com/
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

